Bleach 280 - Jugulators 2

posted on 20 Apr 2008 19:36 by chibichibi

 

เปิดตอนมาที่อิจิโกะดวลกับกริมจอว์บนยอดหอคอยของ Las Noches วังแห่งรัตติกาล การต่อสู้ยังคงดำเนินไปอย่างคู่คี่ แต่สู้กันไปได้สักพัก กริมจอว์ก็กลับออกอาการไม่สบอารมณ์ที่อิจิโกะสู้แบบทื่อมะลื่อ ไม่ยอมใส่อารมณ์อยากฆ่าเลยซักนิด "น่าทุเรศจริง" สิ้นคำด่าปนสมเพช กริมจอว์ก็ใช้วิชา "โซนีด" หายตัวพรึ่บจากยอดหอคอยที่สูงกว่ามาอยู่ข้างหลังอิจิโกะที่อยู่ตำแหน่งต่ำกว่าร่วม 10 เมตร พร้อมตวัดตัวตอกส้นเข้าใส่หมายศีรษะเป็นเป้า แต่อิจิโกะอ่านการเคลื่อนไหวออก ชิงตวัดตัวโดดหลบขึ้นกลางอากาศทันควัน พริบตานั้น ดาบฟันวิญญาณในมือขวากริมจอว์ก็ตวัดวูบ ฟาดเข้าใส่ลำตัวของอิจิโกะที่อยู่กลางอากาศขยับตัวได้ไม่ถนัดในทันที อิจิโกะตะลึงวาบ จะเอี้ยวตัวหลบก็ไม่ได้ จะสร้างอณูวิญญาณเป็นที่หยั่งเท้าแล้วโดดหลบก็ไม่ทัน จำต้องยกดาบฟันวิญญาณของตนขึ้นรับการโจมตีของเอสปาด้าลำดับ 6

แคล้ง!! เสียงดาบปะทะดาบดังกึกก้องกลางอากาศ เอสปาด้าลำดับ 6 ไม่รอช้า โหมบุกกระหน่ำเข้าใส่อย่างบ้าคลั่งไม่ปล่อยโอกาสให้ฝ่ายตรงข้ามตั้งตัวติด ทำเอายมทูตหนุ่มต้องถอยหลังกรูดไปพลาง สาละวนปิดป้องการโจมตีไปพลางจนมือไม้ปั่นป่วนไปหมด

รอจนสติกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัวพอจะตั้งตัวได้ติด อิจิโกะก็ถีบเท้ายันตัวกับพื้นอณูวิญญาณไว้ เห็นว่ามั่นคงดีแล้วก็ฟันดาบออกไปปะทะด้วยสุดแรงเกิด ยังผลให้การโหมจู่โจมของเอสปาด้าลำดับ 6 หยุดชะงักไปในทันที

เสียงดาบเสียดสีกันดังกิ๊ดๆ ขณะที่คมดาบของทั้งสองฝ่ายต่างยันกันไว้ในระยะประชิดจนแทบจะหายใจรดกัน

"...ขอถามอะไรอย่าง คุโรซากิ" เป็นกริมจอว์ที่เป็นฝ่ายเปิดปากพูดก่อน "เจ้ามาที่ Hueco Mundo เพื่ออะไร?"

"แน่อยู่แล้ว...!" อิจิโกะตอบเสียงมุ่งมั่น "ก็มาเพื่อช่วยอิโนะอุเอะไงล่ะ...!"

ได้ยินดังนั้น กริมจอว์กลับแค่นเสียงเฮอะเหมือนจะเยาะเย้ยต่อคำพูดของอิจิโกะ ก่อนจะกล่าวต่อไป "งั้นทำไมตอนที่ได้เจอกับนาง เจ้าถึงไม่มีทีท่าว่าจะพานางไปจากที่นี่เลยล่ะ!?"

อิจิโกะชะงักไปชั่วครู่อย่างประหลาดใจ ด้วยอ่านเกมไม่ถูกว่ากริมจอว์พูดแบบนี้ขึ้นมาด้วยจุดประสงค์อะไร

"คลายใจเพราะเห็นว่าท่าทางไม่ได้บาดเจ็บอะไรงั้นเรอะ!?"[b] กริมจอว์กระแทกเสียงใส่เมื่อเห็นอิจิโกะยืนเซ่อ [b]"ทั้งๆ ที่ 'ข้างใน' อาจเป็นอะไรไปแล้วก็ได้น่ะนะ!!"

ประโยคสุดท้ายของนายดาบลำดับ 6 ทำเอาอิจิโกะตัวเย็นวาบ ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความโกรธจัดจนหัวอกแทบระเบิด เขาแผดเสียงถามอีกฝ่ายอย่างโกรธเกรี้ยวว่า "...พวกแก... ทำอะไรกับอิโนะอุเอะ!!!"

เห็นอีกฝ่ายแสดงคำพูดและสีหน้าเกรี้ยวกราดเช่นนั้น เอสปาด้าลำดับ 6 ก็ยกมุมปากขึ้นแสยะยิ้มเป็นเชิงสมใจ

"ตีสีหน้าได้ดีแล้วนี่ คุโรซากิ" อารันคาร์ผมฟ้ากล่าวเย้ย พร้อมกับออกแรงกระแทกเต็มเหนี่ยว จนต่างฝ่ายต่างคลายจากท่ายันดาบต้านกันถอยออกไปอยู่ในระยะห่างทันที "เจ้าบอกว่ามาที่นี่เพื่อช่วยนางผู้นั้นใช่มั้ย...?"

"หา..." ยมทูตหนุ่มเปล่งเสียงอุทานผ่านลำคออย่างประหลาดใจ

"ช่างไม่รู้อะไรเอาซะเลยนะ" อันดับ 6 แห่ง Las Noches เอ่ยด้วยน้ำเสียงถากถาง "งั้นข้าจะบอกอะไรไว้ให้ละกัน ไม่ใช่หรอก เจ้าน่ะมาที่นี่เพื่อต่อสู้ต่างหาก เจ้าเองก็เห็นแล้วไม่ใช่เรอะ ไอ้ที่เรียกว่าหนทางที่สัญชาตญาณเป็นผู้ชี้นำนั่นน่ะ เจ้าเป็นยมทูต ส่วนข้าเป็นฮอลโลว์!! ใครแพ้ก็ตายเรียบ!!! มันคือสิ่งที่ถูกกำหนดไว้แล้ว ไม่ว่าจะก่อนหน้านี้ หรือผ่านไปอีกกี่พันปีก็ตาม!!! นอกจากเหตุผลนี้แล้วยังจะมีเหตุผลอื่นอีกรึไง!!!!"

เหตุผลที่ฟังเหมือนยัดเยียดให้ดื้อๆ ของกริมจอว์ทำเอาอิจิโกะถึงกับนิ่งอึ้งไป แม้จะรู้ว่ามีอะไรสักอย่างไม่ถูกต้อง แต่เด็กหนุ่มก็ตะลึงเกินกว่าจะทันคิดหาคำพูดใดมาคัดง้าง ได้แต่ปล่อยให้กริมจอว์ตะโกนเข้าใส่ตลอดรายการ

"เข้ามาเลย!!! คนที่ยืนอยู่เป็นคนสุดท้าย ก็คือคนที่จะได้รอดกลับไป มันก็แค่นั้น!!!!"

สิ้นเสียงเสียงตะโกนสำทับครั้งสุดท้าย กริมจอว์ก็โผนร่างเข้าหาพร้อมโหมเพลงดาบเข้าใส่อย่างดุเดือดหนุนเนื่องราวจักรผัน แต่คราวนี้อิจิโกะตั้งรับการจู่โจมเอาไว้ได้ไม่พลาด เนื่องจากรอบนี้ไม่ได้ถูกจู่โจมจากมุมบอดหรือจังหวะกำลังตั้งตัวเหมือนรอบที่แล้ว ทั้งคู่จึงต่างผลัดกันรุกผลัดกันรับได้หลายสิบเพลงโดยไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

จนเมื่อถึงจังหวะหนึ่งที่ต่างฝ่ายต่างฟาดดาบเข้าใส่กันอย่างรุนแรงจนแรงฟันบังคับให้ต้องถอยฉากออกจากกัน อิจิโกะเห็นอีกฝ่ายอยู่นอกระยะดาบแต่ยังอยู่ในรัศมีไม้ตายของตนก็ไม่รอช้า ใช้ "เขี้ยวจันทราทะลวงสวรรค์" ไม้ตายของตนฟันจู่โจมออกไปในทันที แต่กริมจอว์ก็นกรู้พอกัน เร่งยกมือซ้ายข้างที่ว่างขึ้นชาร์จพลังยิง "ซีโร่" ออกไปปะทะทำลายทันควัน เสียงคลื่นพลังทั้งสองปะทะกันกลางอากาศดันครืนครานน่ากลัว

หากครั้งนี้ เขี้ยวจันทราทะลวงสวรรค์กลับเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ถูกคลื่นพลังสีแดงเข้มของซีโร่ทะลวงฝ่าเข้ามาได้ อิจิโกะตะลึงวาบ รีบถลันตัวหลบพ้นไปได้ฉิวเฉียด แต่กริมจอว์คำนวณตำแหน่งเคลื่อนหลบของอิจิโกะไว้แล้ว เร่งใช้ "โซนีด" พุ่งวกอ้อมเข้ามาดักทางมุมบอดที่ลำตัวด้านข้างขวาของอิจิโกะแล้วเงื้อดาบฟันเข้าใส่เต็มเหนี่ยว แม้อิจิโกะจะหันมารับไว้ทัน แต่ความแรงของการฟันก็ทำเอาปลายดาบทะลุการ์ดเข้าไป เฉี่ยวลำตัวของอิจิโกะจนได้แผลเลือดสาด

"ทำสีหน้าได้ดีแล้วนี่ คุโรซากิ..." เอสปาด้าลำดับ 6 เอ่ยชม ขณะพุ่งตัววาบลงไปยังพื้นทราย ณ หอคอยเบื้องล่างเหมือนจะรอดักโจมตีอิจิโกะ "แต่ว่ายังใช้ไม่ได้นะ ที่ข้าอยากจะสู้ด้วยจริงๆ น่ะ คือ 'เจ้าในตอนนั้น' ต่างหาก!"

พร้อมๆ กับคำพูดนั้น กริมจอว์ก็ใช้ดาบปาดปลายนิ้วชี้มือขวาจนเป็นแผลเลือดออก แล้วยกมือข้างนั้นขึ้นเล็งไปยังตำแหน่งที่อิจิโกะลอยอยู่กลางอากาศ คลื่นพลังวิญญาณสีแดงเข้มเข้ามารวมกันที่ฝ่ามือข้างนั้นในลักษณะเดียวกับก่อนจะปล่อยซีโร่ หากความเข้มและแรงกดดันวิญญาณจากคลื่นพลังในคราวนี้นั้นรุนแรงมหาศาลยิ่งกว่าการปล่อยซีโร่ครั้งอื่นหลายเท่านัก

"เอาไปกินซะ นี่คือซีโร่พลังทำลายขั้นสูงสุด ที่มีแต่ระดับเอสปาด้าเท่านั้นถึงจะได้รับอนุญาตให้ใช้ได้!!!!"

แว่บแรก สมองของยมทูตหนุ่มเร่งคิดหาวิธีรับมือทันทีที่ได้ยินคำว่า "ซีโร่พลังทำลายสูงสุด" หากยังไม่ทันได้ข้อสรุปอะไร ปลายหางตาของยมทูตหนุ่มก็เห็นเงาไหวๆ บางอย่างอยู่ที่เบื้องหลังของตน

ยมทูตนอกคอกเอี้ยวคอไปยังทิศทางนั้นในทันใด แล้วก็ต้องตัวเย็นวาบ เมื่อพบว่าเงาไหวๆ ที่หางตาตนจับได้เมื่อครู่นี้ คือร่างของโอริฮิเมะกับเนลซึ่งยืนดูการต่อสู้ระหว่างตนกับกริมจอว์อยู่นั่นเอง

ดวงตาของอิจิโกะฉายแววตะลึงลาน ตระหนักขึ้นมาทันทีว่าทั้งตนและกริมจอว์ต่อสู้ติดพันกันอย่างดุเดือด จนเข้ามาใกล้หอคอยที่พวกโอริฮิเมะอยู่โดยไม่รู้ตัว!!

"หยุดก่อน!!! กริมจอว์!!!" อิจิโกะตะโกนห้ามคู่ต่อสู้เสียงหลงเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายชาร์จพลังเตรียมยิงเสร็จแล้ว แต่นายดาบลำดับ 6 จะใส่ใจก็หาไม่

"กรัง เรย์ ซีโร่!!!" (Gran Rey Cero)

สิ้นเสียงประกาศชื่อท่า คลื่นพลังสีแดงเข้มดุจโลหิตขนาดมหึมายิ่งกว่าที่เคยปล่อยมาในครั้งก่อนๆ นับสิบนับร้อยเท่าก็พุ่งวาบออกจากฝ่ามือขวาของกริมจอว์ในทันที พลังทำลายมหาศาลของคลื่นพลัง พัดเอาทุกๆ สิ่งในรัศมีทำลายของมันจนสลายกลายเป็นเศษซากไปในพริบตา ซ้ำยังก่อให้เกิดแรงอัดมหาศาลกระแทกออกทุกทิศทาง จนฝุ่นทรายสีขาวละเอียด ณ พื้นดินเบื้องล่างถึงกับปลิวว่อนกระจุยกระจาย บดบังทุกสิ่งในคลองสายตาจนไม่อาจเห็นอะไรได้

ท่ามกลางฝุ่นทรายนั้น กริมจอว์ยืนสงบนิ่งอยู่ที่สุดปลายของเศษซากแห่งการทำลายที่ตนเป็นผู้ทำให้เกิดขึ้นเองกับมือ ดวงตาดุดันไร้เมตตาขมึงแน่น จ้องมองไปยังตำแหน่งเดิมของ "เป้าหมาย" ที่ตนยิงคลื่นพลังเข้าใส่อย่างไม่วางตาราวกับกำลังรอดูปฏิกิริยาอะไรบางอย่าง

จนเมื่อฝุ่นทรายละเอียดยิบจากแรงอัดของคลื่นพลังค่อยจางลงไป ก็ปรากฏภาพไม่น่าเชื่อภาพหนึ่งขึ้นแก่คลองสายตา

หอคอยที่ควรจะถูกพลังของ "กรัง เรย์ ซีโร่" อัดจนกระจายหายไปเป็นฝุ่น กลับยังตั้งตระหง่ายอยู่ที่เดิม ไม่มีแม้แต่ริ้วรอยบุบสลายเว้นแต่ร่องรอยเสียหายจากการต่อสู้ก่อนหน้านี้ กระทั่งผู้อยู่บนหอคอยทั้งสองอย่างโอริฮิเมะและเนลก็ยังไม่ได้รับบาดเจ็บแม้รอยถลอก

และที่เบื้องหน้าหอคอยนั้น ร่างสูงโปร่งของยมทูตหนุ่มผมส้มยืนจังก้าอยู่ บนใบหน้าสวมไว้ด้วยหน้ากากฮอลโลว์สีขาวมีลายแถบดำ 9 แถบที่หน้าซีกซ้าย ริมฝีปากของหน้ากากแสยะยิ้มเข้าใส่คู่ต่อสู้ราวกับจะบอกคู่ต่อสู้ให้รู้ว่า "ข้าออกมาตามคำเรียกร้องแล้ว"

อารันคาร์ผู้แข็งแกร่งเป็นอันดับ 6 แห่งปราสาทรัตติกาลแสยะยิ้มรับรอยยิ้มบนหน้ากากของอีกฝ่ายเป็นเชิงสมใจที่สามารถทำให้อีกฝ่ายยอมงัดเอาพลังสุดอันตรายออกมาใช้จนได้ "...ในที่สุดก็ปล่อยออกมาแล้วเรอะ..."

credit : Dark Master

edit @ 20 Apr 2008 19:38:08 by ChiBi~Kung~*

Bleach 279 - Jugulators

posted on 20 Apr 2008 19:34 by chibichibi

 

เปิดตอนมาต่อจากตอนที่แล้วที่อิจิโกะกับกริมจอว์ปะทะดาบเป็นสัญญาว่าจะดวลกัน โดยหลังประดาบทักทายกันเสร็จ ทั้งคู่ก็จัดการให้โอริฮิเมะช่วยรักษาอาการบาดเจ็บที่คงค้างอยู่บนตัวจนกลับมาฟิตปั๋งเต็มร้อย จึงค่อยตัดสินใจเริ่มดวล โดยก่อนดวลกันนั้น กริมจอว์ยังอุตส่าห์แสดงความใจกว้าง ให้โอกาสอิจิโกะได้พูดคุยกับโอริฮิเมะกับเนลซึ่งเป็นห่วงอิจิโกะมากที่สุดเพื่อให้ไม่มีเรื่องค้างคาใจกัน ซึ่งอิจิโกะก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกับทั้งคู่มากนัก นอกจากลูบหัวปลอบเนลซึ่งร้องไห้บ่อน้ำตาแตกให้สงบใจลง กับบอกโอริฮิเมะว่า ไม่ต้องเป็นห่วง ครั้งนี้ไงๆ เขาก็ต้องชนะแน่

สั่งเสียกันจบ อิจิโกะก็หันไปพยักเพยิดให้กริมจอว์เป็นเชิงบอกว่าพร้อมจะลุยกันแล้ว เปลี่ยนที่กันดีกว่า แล้วทั้งสองก็พุ่งตัวหายไปจากที่เดิมที่เคยยืนอยู่ในทันที ทิ้งโอริฮิเมะกับเนลให้คอยลุ้นผลการต่อสู้อยู่เบื้องหลัง

ร่างของยมทูตหนุ่มหัวส้มลอยอยู่กลางอากาศ ขณะที่สะบัด "ผ่าจันทรา" ที่คาดอยู่บนแผ่นหลังออกมากระชับในมือ ทันใดนั้น กระแสพลังวิญญาณสีดำทะมึนดุจรัตติกาลข้างแรมก็แผ่พุ่งออกจากมือข้างที่ถือดาบ เข้าครอบคลุมดาบซันเงสึและร่างของอิจิโกะผู้ถือไว้จนมิด ขณะที่ร่างกายยังคงพุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วจากท่าเท้า "ก้าวพริบตา" แสงสีดำที่อาบร่างและความเร็วดุจเครื่องบินทะยานเหนือฟากฟ้า ทำให้ผู้อยู่เบื้องล่างมองเห็นเป็นภาพคล้ายเส้นหมึกสีดำเส้นยาวพาดอยู่บนท้องฟ้าเทียมของ Las Noches เท่านั้น

แสงสีดำสลายหายไปในทันทีที่ปลายเท้าของอิจิโกะสัมผัสยอดหอคอยอีกหลังอันเป็นสถานที่นัดดวล เผยให้เห็นร่างสูงโปร่งของยมทูตหนุ่มผมสีฟางแห้งในสภาพปลดปล่อยสวัสดิกะเรียบร้อยแล้ว ดวงตาของยมทูตหนุ่มทอประกายหมายมาด จ้องตอบแววตากระหายเลือดของผู้มารออยู่ก่อนอย่างมุ่งมั่นไม่ยอมแพ้

แล้วทั้งคู่ก็โผนร่างเข้าปะทะกัน จนเสียงปะทะคมดาบดังกึกก้องไปทั่วท้องฟ้า


ตัดฉากกลับมายังโอริฮิเมะกับเนลที่ยืนดูการประลองระหว่างอิจิโกะกับกริมจอว์อยู่ที่ยอดหอคอยหลังเดิมซึ่งห่างจากสถานที่ประลองมากพอดู แต่ก็ไม่ไกลเกินกว่าที่เสียงปะทะดาบจากการต่อสู้จะดังมาถึง โอริฮิเมะยืนมองฝุ่นหินที่ฟุ้งกระจายจากการปะทะด้วยทีท่าเรียบเฉย ในขณะที่เนลนั้นกลับทนดูทนฟังไม่ไหวต้องคู้ตัวลงนั่งกับพื้นพร้อมปิดหูปิดตาไม่รับรู้สิ่งใดทั้งนั้น

ตอนนั้นเองที่มีมือข้างหนึ่งยื่นมาลูบศีรษะของเธออย่างอ่อนโยน อารันคาร์น้อยจึงค่อยเงยหน้าขึ้นดู ก็พบว่าเจ้าของมือข้างนั้นก็คือโอริฮิเมะนั่นเอง โอริฮิเมะบอกอารันคาร์น้อยด้วยรอยยิ้มว่า "ไม่ต้องห่วงหรอก คุโรซากิคุงต้องชนะแน่" ท่าทางใจดีของโอริอิเมะแม้ช่วยลดอาการหวาดกลัวของเนลไปได้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้คลายใจเรื่องของอิจิโกะเลยแม้แต่น้อย จนต้องตะกุกตะกักแย้งขึ้นมาว่า เรื่องนั้นยังไม่แน่นี่นา

แม้จะได้ยินคำพูดที่ฟังเหมือนบั่นทอนความมั่นใจดังนั้น โอริฮิเมะก็ยังคงตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนเดิมว่า ก็คุโรซากิคุงเค้าบอกไว้นี่นาว่า "ชั้นชนะแน่" น่ะ แต่ดูเหมือนแม่หนูเนลจะยังไม่มั่นใจ ละล่ำละลักแย้งกลับมาเป็นชุดๆ ว่า เรื่องแบบนั้นใครๆ ก็พูดกันทั้งนั้น ตอนนี้อิจิโกะเองคงต้องกำลังหวาดกลัวอยู่แน่ๆ คนที่กำลังหวาดกลัวอยู่น่ะ ไม่ว่าใครก็พูดแต่ว่า "ชั้นชนะแน่ๆ" กันทั้งนั้นน่ะแหละ

"คุโรซากิคุงน่ะเค้าไม่พูดคำว่า "ชนะแน่" ด้วยเหตุผลแบบนั้นหรอกนะ" คำแย้งเสียงเรียบเฉยของโอริฮิมะทำเอาแม่หนูอารันคาร์ถึงกับนิ่งไป ฝ่ายเจ้าหญิงน้อยก็ขยายความคำพูดของตน อธิบายให้เนลฟังว่า อิจิโกะนั้นเป็นคนใจดี ดังนั้น เวลาที่อิจิโกะลงคำพูดอะไรอย่างหนักแน่น ก็คือเวลาที่เขาพูดเพื่อจะให้สัตย์สาบานต่ออะไรสักอย่างหนึ่ง

"ชั้นคิดว่านั่นคือการให้สัตย์สาบานกับตนเองไม่ผิดแน่" เด็กสาวผู้มีนามเดียวกับดาวเจ้าหญิงทอผ้ายังคงอธิบายความคิดของตนต่อไป "สาบานกับตนเอง แล้วเอ่ยเป็นคำพูดออกมา เพื่อจะทำให้คำสาบานนั้นเป็นความจริงให้ได้"

ถึงตรงนี้ โอริฮิเมะก็หันหน้ามายังเนลผู้ยืนตะลึงงัน พร้อมกับยิ้มอย่างเฉิดฉาย ดุจแสงสว่างท่ามกลางเงามืด

"...เพราะงั้นไม่เป็นไรหรอก ถ้าคุโรซากิคุงบอกว่า "ชนะ" ละก็ เค้าก็ต้องชนะอย่างแน่นอน ...เพราะงั้น..." พูดถึงตรงนี้ น้ำเสียงของโอริฮิเมะก็เริ่มสั่นขึ้นน้อยๆ สองมือกำแน่นไว้ข้างตัวราวกับจะข่มความรู้สึกบางอย่างที่ก่อตัวภายในใจอย่างเต็มที่ "...ต้องเชื่อมั่น... และเฝ้ารอเท่านั้น..."

คำพูดของโอริฮิเมะทำเอาเนลถึงกับนิ่งงันอยู่กับที่ ยิ่งได้มาเห็นมือของเจ้าหญิงทอผ้ากำเข้าหากันจนเล็บแทบจะจิกเข้าเนื้อด้วยแล้ว แม่หนูอารันคาร์น้อยก็ไม่อาจทำอะไรอันเป็นการบั่นทอนความเชื่อมั่นของเจ้าหญิงทอผ้าได้อีก

ที่อารันคาร์ตัวน้อยทำได้ในยามนี้มีอยู่เพียงสิ่งเดียว

นั่นคือ "เฝ้ารอ" และ "เชื่อมั่น" ในคำสัตย์สาบานว่า "จะชนะให้ได้" ของอิจิโกะ เช่นเดียวกับเจ้าหญิงทอผ้าผู้อยู่ข้างกายตนเอง... เพียงเท่านั้น...


ในเวลาเดียวกัน ณ ยอดหอคอยแห่งหนึ่งในยอดหอคอยจำนวนมากมายของ "Las Noches" ปราสาทแห่งรัตติกาล อิจิโกะกับกริมจอว์ต่างเข้าโรมรันกันอย่างดุเดือด เงาร่างสีขาวกับสีดำพุ่งฉวัดเฉวียนราวกับสายลมสองสาย เสียงเคล้งคล้างดังสนั่นไปทั่วบริเวณยามคมดาบกับคมดาบปะทะกัน

แคล้ง!! เสียงคมดาบปะทะกันดังก้องครั้งหนึ่ง ก่อนจะตามด้วยเสียงเอี๊ยดอ๊าดแสบแก้วหูของคมดาบที่เสียดสีกัน เงาร่างราวสายลมหยุดนิ่งกลับเป็นร่างคนสองคนยืนยันดาบสวนกันอยู่กลางลาน ต่างฝ่ายต่างใส่แรงเต็มที่ หมายใจจะใช้กำลังทั้งหมดของตนบดขยี้อีกฝ่ายให้เละเป็นชิ้นๆ ทั้งคนทั้งดาบ

แต่แล้ว จากท่ายันดาบสวนกันนั้นเอง จู่ๆ ฝ่ายกริมจอว์ก็กลับออกแรงสะบัดดาบของตน ปัดดาบของอิจิโกะออกไปทางด้านข้าง ยังผลให้อิจิโกะซึ่งอยู่ในท่ายันดาบเสียหลักในทันที นายดาบลำดับ 6 ไม่ปล่อยโอกาสทอง ยกฝ่ามือซ้ายข้างที่ว่างขึ้นเล็งใส่อิจิโกะแล้วชาร์จพลังวิญญาณหมายจะยิงซีโร่ใส่ในระยะเผาขนระเบินหัวให้เละ แต่อิจิโกะตั้งหลักทัน รีบเหวี่ยงดาบกลับมาปะทะกับฝ่ามือซ้ายพร้อมตั้งท่าจะปล่อย "เขี้ยวจันทราทะลวงสวรรค์" หมายสวนพลังกันในระยะประชิด

แต่แล้วอิจิโกะก็ต้องตะลึง เมื่อมือขวาที่เห็นกันอยู่ว่าถือดาบไว้ของกริมจอว์กลับเหวี่ยงดาบทิ้งไป เปลี่ยนเป็นชาร์จซีโร่เต็มกำลัง แล้วยิงใส่ลำตัวด้านซ้ายที่เปิดช่องอ้าซ่าทันที คลื่นพลังสีดำกับคลื่นพลังสีแดงปะทะกันอย่างรุนแรงจนระเบิดตูม เกิดเป็นประกายแสงแปลบปลาบสีแดงกับสีดำพุ่งกระจายไปทั่วยอดหอคอยอันเป็นลานต่อสู้

เสียงกริมจอว์ระเบิดหัวเราะ หัวเราะ หัวเราะอย่างบ้าคลั่งท่ามกลางควันระเบิดที่ฟุ้งกระจาย

"ยอดเยี่ยม!!" นายดาบลำดับ 6 ระเบิดความสะใจอย่างห้ามไม่อยู่ "นี่สิที่ข้ารอคอยมานาน!! รอคอยที่จะได้ขยี้เจ้าเต็มกำลังแบบนี้ไงล่ะ!! เจ้าเองก็คิดเหมือนกันใช่มั้ยล่ะ!? หือ!? คุโรซากิ อิจิโกะ!!!"

"...ชั้นไม่ได้สู้กับแกเพราะอยากขยี้แก..." ยมทูตหนุ่มผมส้มตอบเรียบๆ ขณะยกมือปาดรอยเลือดบนใบหน้า

"อย่ามาพูดงี่เง่านะเว้ย!!" กริมจอว์แผดเสียงตะคอกเมื่อเห็นอิจิโกะยังพูดจาไม่เข้าหู "พูดมาเลยเซ่!! ว่าอยากฆ่าข้า!! ฆ่าข้าคนนี้ที่พยายามฆ่าเพื่อนของเจ้าน่ะ!!"

"...ข้ายกโทษให้ไม่ได้..." เอสปาด้าผมน้ำเงินเข่นเสียงต่ำลอดไรฟัน ราวกับจะเค้นความบ้าเลือดแต่ละหยดของตนลงในทุกตัวอักษรของคำพูด "เจ้ารู้เหตุผลที่ข้ายอมเหลือรอยแผลเป็นนี่ไว้บนตัวมั้ย!!"

พูดถึงตรงนี้ กริมจอว์ก็ยกมือขึ้นชี้รอยแผลเป็นบนอกที่ไม้ตาย "เขี้ยวจันทราทะลวงสวรรค์" ของอิจิโกะฝากรอยไว้ ก่อนจะแผดเสียงคำรามก้อง

"ก็เพื่อจะปาดคอหอยเจ้าให้ขาด ให้ได้รู้ซึ้งว่าใครกันแน่ที่อยู่เหนือกว่ายังไงล่ะ!!!"

credit : Dark Master

edit @ 20 Apr 2008 19:35:24 by ChiBi~Kung~*

Bleach 278 - Heal for the Crash

posted on 18 Apr 2008 21:53 by chibichibi

 

เปิดตอนต่อจากตอนที่แล้วที่เออร์ควิโอล่าปรากฏตัวออกมาจับกริมจอว์ขณะกำลังให้โอริฮิเมะรักษาอาการบาดเจ็บของอิจิโกะได้แบบคาหนังคาเขา ซึ่งเออร์ควิโอล่าเมื่อเห็นดังนั้นก็จ้องหน้ากริมจอว์ตรงๆ ด้วยสายตาเย็นชาแล้วถามขึ้นว่า ตั้งใจจะทำอะไรถึงได้พาโอริฮิเมะมารักษาบาดแผลให้ศัตรูที่ตนโค่นไปแล้วแบบนี้ ซึ่งกริมจอว์นอกจากไม่ตอบแล้ว ยังจ้องตากลับด้วยสายตาดุดันอย่างไม่ยอมแพ้เสียอีก เมื่อเห็นว่ากริมจอว์ไม่ยอมตอบคำถาม เออร์ควิโอล่าก็เปลี่ยนเป้าหันไปจ้องโอริฮิเมะเป็นเชิงถาม แต่ก็ได้รับเพียงกิริยาหลบสายตาไปอีกทางแทนที่จะเป็นคำตอบที่ต้องการ

สุดท้าย เมื่อเห็นว่าทั้งกริมจอว์และโอริฮิเมะไม่ยอมตอบคำถามของตน เออร์ควิโอล่าก็เลิกสนใจจะไล่เบี้ย หันมาพูดกับกริมจอว์ว่า ตัวเขานั้นได้รับคำสั่งจากท่านไอเซ็นให้เป็นคนคอยดูแลจัดการเรื่องต่างๆ ของโอริฮิเมะ ดังนั้น ขอให้กริมจอว์ส่งตัวโอริฮิเมะคืนมาให้เขาซะ แต่ก็ได้รับคำปฏิเสธตอกกลับแทน คำปฏิเสธที่ฟังดูเหมือนจงใจหาเรื่องของกริมจอว์ทำเอาเออร์ควิโอล่าอึ้งไปชั่วครู่ก่อนจะหลุดคำถามออกมาเบาๆ ว่า "...เจ้าว่าไงนะ?" กับคำถามที่ฟังดูเหมือนการอุทานอย่างประหลาดใจนั้น นายดาบลำดับ 6 กลับแค่นยิ้มรับ แล้วเอ่ยปากขึ้น "เป็นอะไรไป? วันนี้พูดมากจริงนะ เออร์ควิโอล่า!"

สิ้นเสียงตะโกนค่อนขอด เอสปาด้าลำดับ 6 ก็ถีบเท้าดีดตัวผางเข้าประชิดตัวเออร์ควิโอล่าอย่างรวดเร็วพร้อมฟาดฝ่ามือขวาโจมตีใส่ทันที แต่เออร์ควิโอล่าปฏิกิริยาเร็วกว่า ยกมือซ้ายขึ้นรับฝ่ามือของกริมจอว์ไว้ได้ เมื่อเห็นว่าการโจมตีของตนถูกสกัดไว้ได้ กริมจอว์ก็ไม่รอช้า เร่งเร้าพลังวิญญาณของตนมาไว้ที่ฝ่ามือข้างที่ถูกสกัดแล้วยิงซีโร่เข้าใส่ในระยะจ่อยิงทันที แต่เออร์ควิโอล่ายังคงก็ไวทายาด ชิงสะบัดมือหลุดจากการเกาะกุมของกริมจอว์ แล้วกระโดดถอยฉากหลบได้ทันก่อนที่ซีโร่จะถูกยิงออกมาชนิดฉิวเฉียด แม้จะหลบรอดจากจุดตายไปได้ แต่ความรุนแรงของซีโร่ก็ทำเอามือซ้ายที่ถูกจับไว้ถึงกับบาดเจ็บเลือดอาบ

ฝ่ายกริมจอว์เห็นอีกฝ่ายหนีฉากออกไปก็ไม่รอช้า ชาร์จพลังเตรียมยิงซีโร่ตามซ้ำ หากพริบตาที่กำลังชาร์จพลังนั้นเอง เออร์ควิโอล่าก็ชิงใช้ท่าเท้า "โซนีโด้" พลิ้วร่างลอยวูบขึ้นไปเหนือศีรษะของกริมจอว์อย่างรวดเร็วจนกริมจอว์ขยับศีรษะมองตามไม่ทัน เมื่อรู้สึกตัวว่าเกิดอะไรขึ้นและเงยขึ้นมอง นายดาบลำดับ 6 ก็พบว่าบัดนี้ ตนเองกำลังจ้องมองนิ้วชี้มือขวาของเออร์ควิโอล่าที่ชี้ตรงมายังใบหน้าของตน กระแสพลังกดดันวิญญาณสีแดงที่ปลายนิ้วข้างนั้นบ่งบอกเป็นอย่างดีว่าอีกฝ่ายกำลังจะตอบโต้ด้วยการยิงซีโร่เข้าใส่จากมุมบนอันเป็นตำแหน่งที่ป้องกันยากที่สุด กริมจอว์ใจหายวูบ จะถอยฉากหลบก็ไม่ทัน จำต้องเปลี่ยนเป้าซีโร่มือขวาจากที่จะยิงตามซ้ำเออร์ควิโอล่าในทีแรกมาใช้ยิงสกัดซีโร่ของเออร์ควิโอล่าที่อยู่ด้านบนแทน คลื่นพลังสีแดงเข้มดุจโลหิตสองสายปะทะกันอย่างรุนแรง แรงอัดมหาศาลกระจายออกทุกทิศ ส่งผลให้ยอดหอคอยทั้งยอดระเบิดตูมในบัดดล

ท่ามกลางฝุ่นควันและเศษซากหอคอยที่ปลิวว่อนอยู่กลางอากาศ เออร์ควิโอล่าเอสปาด้าลำดับ 4 ลอยละล่องอยู่ท่ามกลางแรงระเบิดที่ยังไม่สลายตัวไปดี ดวงตาเรียบเฉยดุจตุ๊กตาแก้วสอดส่ายซ้ายขวาอย่างระแวดระวัง ด้วยรู้ดีว่าสันดานอย่างกริมจอว์ไม่มีทางเลิกราไปเฉยๆ เพียงแค่ปล่อยพลังปะทะกันจนตึกระเบิดเป็นแน่

แล้วสังหรณ์ก็เป็นจริง เมื่อลำแขนแข็งแกร่งข้างหนึ่งพุ่งวาบจากม่านฝุ่นด้านหลังเข้ารวบคอเสื้อของเออร์ควิโอล่าไว้ในลักษณะคล้ายจะดึงเข้ามาล็อกคอ เออร์ควิโอล่าไหวตัววูบ สะบัดหน้ากลับไปหมายตอบโต้ หากในวินาทีนั้น เออร์ควิโอล่าก็สังเกตว่าในฝ่ามือข้างที่กำคอเสื้อของตนไว้นั้นซ่อนอะไรบางอย่างไว้อยู่

บางอย่างที่มีลักษณะคล้ายลูกเต๋าสี่เหลี่ยมที่เกิดจากอณูวิญญาณมารวมตัวกันเป็นรูปลูกเต๋า

วินาทีที่รู้ถึงตัวตนของ "สิ่งนั้น" คิดหาทางตอบโต้เพื่อหลบรอดจากอำนาจของมัน ก็บังเกิดแสงสว่างเจิดจ้าขึ้นที่เบื้องหน้าของเออร์ควิโอล่าตรงตำแหน่งเดียวกับลูกเต๋าตะกี้นี้ ลูกเต๋าขนาดจิ๋วพลันเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นแถบแสงขนาดมหึมาจำนวนนับไม่ถ้วน ม้วนพันธนาการร่างของเออร์ควิโอล่าไว้อย่างแน่นหนา "บัดซบ" เอสปาด้าหมายเลข 4 พึมพำแช่งด่าความประมาทของตนเอง ก่อนที่ร่างผอมเกร็งจะหายวับไปพร้อมๆ กับแสงสว่างนั้น

เมื่อการต่อสู้จบลง โอริฮิเมะซึ่งหลบอยู่ภายใต้ม่านพลังคุ้มกันของ "6 บุปผาโล่พิทักษ์" มาตลอด ก็เอ่ยปากถามกริมจอว์อย่างประหลาดใจว่าเมื่อกี้ทำอะไรกับเออร์ควิโอล่า "คาฮา เนกาเชี่ยน" คือคำตอบของเอสปาด้าหนุ่ม พร้อมกับอธิบายเพิ่มเติมว่า คาฮา เนกาเชี่ยนที่ว่านั้นก็คือ "เครื่องมือสำหรับเอสปาด้าไว้ใช้ลงโทษลูกน้องใต้บังคับบัญชาของตน" โดยเอสปาด้าแต่ละตนจะได้รับคาฮา เนกาเชี่ยนจากไอเซ็นให้ติดตัวไว้ใช้สำหรับลงโทษบรรดาลูกน้องใต้บังคับบัญชาได้ตามใจชอบ ซึ่งหากใช้กับอารันคาร์ธรรมดาๆ แล้วละก็ อารันคาร์ตนนั้นจะถูกกักขังไว้ในโลกปิดตายตลอดไป แต่หากเป็นอารันคาร์ระดับเอสปาด้าแล้ว ก็ทำได้แค่สะกดไว้ในโลกปิดตายชั่วคราวเท่านั้น แต่กว่าจะหาทางหลุดออกมาได้ อย่างเก่งก็ต้องใช้เวลาร่วม 2 - 3 ชม. (ถ้าเป็นระดับเออร์ควิโอล่านะ)

อธิบายจบ กริมจอว์ก็หันไปเร่งให้โอริฮิเมะรีบๆ รักษาอิจิโกะให้หายเร็วๆ ก่อนที่เออร์ควิโอล่าจะหลุดออกมาได้ แต่คราวนี้โอริฮิเมะกลับปฏิเสธเด็ดขาดไม่ยอมรักษาต่อ เพราะรู้ดีว่ารักษาอิจิโกะเสร็จเมื่อไหร่ อิจิโกะต้องถูกกริมจอว์เล่นงานจนบาดเจ็บหรืออาจถึงตายอย่างแน่นอน อาการดื้อแพ่งของโอริฮิเมะสร้างความเดือดดาลแก่กริมจอว์อย่างมาก จนถึงกับปราดเข้าไปคว้าคอโอริฮิเมะ แต่ก่อนที่กริมจอว์จะทันได้ทำอะไร แขนขวาที่อาบเลือดของอิจิโกะก็สอดเข้ามาคว้าแขนของกริมจอว์ไว้พร้อมออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด "...ปล่อยเค้าเดี๋ยวนี้"

กริมจอว์ปรายตามองอิจิโกะในสภาพครึ่งเป็นครึ่งตายแว่บหนึ่ง ก็ยอมสะบัดมือออกจากคอของโอริฮิเมะแต่โดยดี เมื่อเห็นอีกฝ่ายยอมปล่อย อิจิโกะก็รีบขยับตัวออกมาขวางหน้าโอริฮิเมะไว้เพื่อกันไม่ให้กริมจอว์เข้ามาทำอะไรอีก แล้วจึงหันไปขอร้องโอริฮิเมะให้ช่วยรักษาอาการบาดเจ็บให้ตนเองที และยังขอร้องเพิ่มเติมว่าหลังจากที่รักษาตนเสร็จแล้ว ให้ช่วยรักษาแผลให้กริมจอว์ด้วย (กริมจอว์ได้รับบาดเจ็บที่แขนระหว่างการต่อสู้กับเออร์ควิโอล่า ตอนที่ยิงซีโร่อัดใส่กันจังหวะสุดท้ายนั่นแหละ)

กริมจอว์ได้ยินอิจิโกะพูดดังนั้นก็สอดปากขึ้นมาทันทีว่า เขาไม่ต้องการรับความสงสารจากอิจิโกะ แต่อิจิโกะก็สวนกลับว่า ที่ทำแบบนั้นไม่ใช่เพราะเขาสงสารกริมจอว์หรืออะไรทั้งนั้น แต่เป็นเพราะเหตุผลอื่นที่ชัดเจนกว่านั้นต่างหาก

"แกเองก็อยากสู้ด้วยเงื่อนไขที่ยุติธรรมเท่าๆ กันใช่มั้ยล่ะ? หรืออยากเก็บไว้ใช้แก้ตัวตอนแพ้ ว่าที่แพ้ก็เพราะแผลนั่นกันล่ะ?"

สิ้นสุดคำท้าทายนั้น ดาบฟันวิญญาณของกริมจอว์ที่อยู่ในฝักมาตลอดการต่อสู้ก็ถูกชักพรวดออกมาปะทะกับ "ผ่าจันทรา" ของอิจิโกะในบัดดล เสียงคมดาบปะทะกันดังสนั่นราวกับจะเป็นระฆังสัญญาณบอกถึงการต่อสู้นองเลือดที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้

"...ไม่เลวนี่" เอสปาด้าลำดับ 6 แค่นหัวเราะอย่างสมใจ มุมปากฉีกยิ้มอย่างหมาบ้า "งั้นก็มาฆ่ากันแบบยุติธรรมกันได้เลย!!!"

credit : Dark Master

edit @ 20 Apr 2008 19:32:10 by ChiBi~Kung~*